วิธีการขนส่งจีนไทยทางอากาศ

วิธีการขนส่งจีนไทยทางอากาศ post thumbnail image

สำหรับการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศสามารถกระทำได้ในหลายช่องทางทั้งทางน้ำ ทางบก และทางอากาศ ซึ่งวิธีการและขั้นตอนก็จะมีความแตกต่างกันออกไป การจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางอากาศ ให้ความสำคัญกับความรวดเร็วและความชำนาญในตัวสินค้า โดยเฉพาะสินค้า ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งบริษัทย่อยสามารถให้บริการจัดส่งสินค้าแบบเร่งด่วนภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นที่ถูกใจสำหรับผู้ใช้บริการเป็นอย่างมาก วันนี้จะพามาเจาะลึกถึงขั้นตอนกระบวนการขนส่งจีนไทยทางอากาศกันเลย

เริ่มจากผู้นำเข้าจัดหาบริษัทชิปปิ้งเป็นตัวแทนขนส่งสินค้าระหว่างประเทศแล้วส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าสำหรับเดินพิธีการศุลกากรและศุลกากรจะตรวจสอบความถูกต้องแล้วทำการตัดบัญชีใบขนสินค้าในระบบ Manifest (บัญชีสินค้าสำหรับอากาศยาน) จากนั้นศุลกากรจะออกเลขที่ใบขนสินค้าและผู้นำเข้าเป็นผู้ทำการชำระค่าภาษีอากร เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลสินค้าตามเงื่อนไขที่กำหนด จากนั้นผู้นำเข้าจึงทำการติดต่อคลังสินค้าเพื่อรับของ เมื่อศุลกากรได้อัพเดทวันส่งมอบและปรับสถานะใบขนสินค้าเป็น ‘ส่งมอบแล้ว’ ผู้นำเข้าจึงนำสินค้าออกจากอารักขาศุลกากรและทำการขนส่งต่อไป

สำหรับเอกสารที่จะต้องเตรียมสำหรับการขนส่งจีนไทย มีดังนี้ 

  1. Airway Bill: แอกสารกำกับสินค้าโดยมีหลักฐานในการขนส่งสินค้า เป็นสัญญาการขนส่งสินค้าระหว่างผู้ส่งออกกับผู้ทำการขนส่งโดยมีผู้รับสินค้าเป็นบุคคลที่สาม สัญญานี้จะระบุตั้งแต่จุดที่รับ สินค้า ณ สนามบินต้นทางจนถึงจุดส่งมอบสินค้าปลายทาง
  2. Master Air Waybill: เอกสารการส่งสินค้าทางอากาศ ออกโดยผู้ประกอบการขนส่งซึ่งเป็นตัวแทนรับผิดชอบต่อความเสี่ยงภัยของสินค้าระหว่างการขนส่ง
  3. House Air Waybill : เอกสารการขนส่งสินค้าทางอากาศที่ออกโดยบริษัทนายหน้าขาย Freigth ที่รวมสินค้าของผู้ประกอบการหลายรายไว้ด้วยกัน

สินค้าที่ควรส่งทางอากาศ

  1. เป็นสินค้าที่ต้องการความรวดเร็วในการขนส่งสินค้า 
  2. สินค้าที่ต้องการความแน่นอนและตรงต่อเวลา
  3. สินค้ารุ่นใหม่ และเป็นสินค้าที่มีความต้องการเป็นที่หนึ่ง และรีบเปิดตัว
  4. สินค้าชิ้นเล็กๆ ที่มีบรรจุภัณฑ์แบบง่ายๆ ช่วยประหยัดค่าขนส่งและโกดัง
  5. สินค้าที่มีเทรนด์ดารเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
  6. สินค้าที่เสื่อมสภาพได้ง่าย เช่น ของสด อาหาร เป็นต้น
  7. สินค้าระหว่างภาวะฉุกเฉิน เช่น อาวุธสงคราม ยารักษาโรค
  8. สินค้าที่ส่งออกไปประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล 

อย่างที่ได้บอกไปในข้างต้นแล้วว่าการขนส่งจีนไทยนั้นมีหลายรูปแบบทั้งทางอากาศ ทางน้ำ และทางบก ซึ่งคุณสามารถวิเคราะห์จากประเภทของสินค้าและความเร่งด่วนเป็นหลัก สำหรับขั้นตอนการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศโดยภาพรวมนั้นอาจมีความคล้ายคลึงกัน แต่อาจมีความแตกต่างกันในเรื่องของรายละเอียดและเอกสารบางอย่าง ผู้ประกอบการที่นำเข้าสินค้าอาจจะต้องมีความละเอียดรอบคอบในด้านเอกสารและขั้นตอนการนำเข้าต่างๆ หรือสามารถเลือกใช้บริการกับบริษัทชิปปิ้งที่มีความเชี่ยวชาญในการนำเข้าสินค้า เพื่อความสะดวก รวดเร็วและลดโอกาสการเกิดความผิดพลาดไปได้มาก

Related Post

บริการกำจัดปลวก

3 ข้อความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “บริการกำจัดปลวก” ที่เราจะคลายข้อสงสัย3 ข้อความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “บริการกำจัดปลวก” ที่เราจะคลายข้อสงสัย

ปัจจุบันนั้น “บริการกำจัดปลวก” นั้นกำลังมีมากขึ้นอย่างมากในประเทศไทย เนื่องจากว่า ปัญหาของปลวกที่มากขึ้นทำให้มีบริการกำจัดปลวก มากขึ้นตามมาด้วยเช่นกันดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีเรื่องเข้าใจผิดสำหรับบริการกำจัดปลวกด้วยเช่นกันดังนั้นเราจึงอยากจะมานำเสนอกับ ..ข้อ ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “บริการกำจัดปลวก” กันนะครับ ไปลองดูดีกว่าว่าจะมีอะไรบ้าง ?  บริษัทกำจัดปลวกไม่ได้ใช้สมุนไพรในการกำจัดปลวก  การกำจัดปลวกนั้นถือแม้จะเราจะเห็นว่ามีการใช้สมุนไพรในการกำจัดปลวก ซึ่งจริง ๆ แล้วสมุนไพรนั้นจะได้ผลจริง แต่ถ้าหากว่ารังปลวกนั้นมีขนาดใหญ่เกินไป นั้นการกำจัดปลวกด้วยสมุนไพรเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นบริษัทกำจัดปลวกจึงเลือกใช้สารเคมีมากกว่าในการกำจัดปลวก   กำจัดปลวกเหมือนกัน ราคาถูกกว่าก็ใช้ได้  อีกข้อที่มักเข้าใจผิดกันเลยนั้นคือ “กำจัดปลวกเหมือนกันก็ไม่เห็นต้อเลือกบริการที่แพงกว่าเลย” ใช่ครับการเลือก บริการกำจัดปลวก นั้น ถึงจะกำจัดปลวกเหมือนกัน แต่ในราคาที่ต่างย่อมมีความแตกต่างอย่างแน่นอน ซึ่งความแตกต่างนั้นคือ สารเคมีที่แตกต่างกันดังนั้นการเลือกบริการที่มีราคาสูงกว่า ความน่าเชื่อถือนั้นก็มากกว่า และมีโอกาสที่จะกำจัดปลวกได้มากกว่านั้นเอง  

ประกันภัยรถยนต์ 2+

ชนิดของประกันภัยรถยนต์ชนิดของประกันภัยรถยนต์

ปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการทำประกันเป็นอย่างมากโดยเฉพาะประกันรถยนต์ เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้ผู้คนขับรถยนต์ส่วนตัวกันเป็นส่วนใหญ่จึงทำให้คนเหล่านี้มีความต้องการในการทำประกันรถยนต์ ซึ่งประกันรถยนต์คือการที่เรานำเงินไปจ่ายให้บริษัทประกันเพื่อแลกกับความคุ้มครองในกรณีเกิดการเสียหายกับรถยนต์ของเรา โดยประกันรถยนต์นั้นก็สามารถแบ่งออกได้หลายประเภท ดังนั้นในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับประเภทหรือชนิดของประกันรถยนต์กันว่ามีประกันรถยนต์แบบไหนกันบ้าง  ชนิดของประกันภัยรถยนต์  ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เป็นประกันภัยรถยนต์ประเภทหนึ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และเหมาะสำหรับผู้ใช้รถทุกประเภทโดยฉพาะผู้ที่หัดขับรถ หรือมือใหม่ขับรถนั่นเอง เนื่องจากว่าประกันรถยนต์ชั้น 1 นั้นมีความคุ้มครองที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นรถชน รถเกิดอุบัติเหตุ รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม ประกันชั้น 1 ก็คุ้มครอง ถึงแม้ว่าเราจะขับชนแบบมีคู่กรณีหรือไม่มีคู่กรณีก็คุ้มครอง ซึ่งเหมาะเป็นอย่างมากกับมือใหม่หัดขับรถ หรือผู้ที่ออกรถยนต์ป้ายแดงที่ไม่ต้องการให้รถเป็นริ้วรอยขีดข่วนใด ๆ     ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 เป็นประกันรถยนต์ที่มีความคุ้มครองรองจากประกันชั้น 1 ลงมา ซึ่งประกันรถยนต์ชั้น 2 นั้นจะให้ความคุ้มครองคล้ายกับประกันรถยนต์ชั้น 1 แต่ต่างกันตรงที่ประกันรถยนต์ชั้น 2 จะไม่มีการคุ้มครองในส่วนของผู้เอาประกัน นั่นหมายความว่าประกันรถยนต์ชั้น 2 นั้นคุ้มครองเฉพาะส่วนของคู่กรณีเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีการพัฒนาจากประกันรถยนต์ชั้น 2 มาเป็นประกันรถยนต์อีกประเภทหนึ่ง นั่นคือประกันภัยรถยนต์ 2+ โดยประกันภัยรถยนต์ 2+ นั้นจะให้ความคุ้มครองเหมือนประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 แต่ต่างกันตรงที่ประกันภัยรถยนต์ 2+ จะคุ้มครองในส่วนของผู้เอาประกันด้วย นั่นหมายความว่าหากเกิดเหตุรถชนกันขึ้น ประกันรถยนต์ 2+ จะคุ้มครองทั้งฝั่งที่เป็นรถของผู้เอาประกันภัยและฝั่งที่เป็นรถขอคู่กรณีด้วยเช่นกัน ซึ่งถือได้ว่าประกันภัยรถยนต์ 2+ นั้นให้ความคุ้มครองได้ใกล้เคียงกับประกันรถยนต์ชั้น 1 เป็นอย่างมาก  ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ประกันรถยนต์ประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองเฉพาะส่วนของคู่กรณีเท่านั้นแบบเดียวกับประกันรถยนต์ชั้น 2 แต่ต่างกันตรงที่ประกันรถยนต์ชั้น 3 นั้นจะไม่มีการคุ้มครองในส่วนของรถหาย ไฟไหม้ จึงทำให้ประกันประเภทนี้มีราคาถูกที่สุด  เราจะเห็นว่าประกันรถยนต์นั้นมีหลากหลายประเภทให้เลือกซื้อ

ประกาศรับสมัครงาน

การเขียนประกาศรับสมัครงาน ให้คนสนใจการเขียนประกาศรับสมัครงาน ให้คนสนใจ

ช่องทางในการประกาศรับสมัครงานในยุคนี้ ต้องบอกว่าง่ายกว่าสมัยก่อนเยอะ เนื่องจากมีอินเตอร์เน็ตเข้ามาเป็นตัวช่วย ต่างจากยุคก่อนที่ส่วนใหญ่แล้วจะมีแค่ป้ายประกาศตามหน้าบริษัท หรือตามสถานที่ต่างๆ อย่างเดียว พอมีเว็บไซต์ในการประกาศหางาน การรับสมัครพนักงานใหม่จึงกลายเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าเดิม และคนส่วนใหญ่ก็ใช้บริการเว็บหางานเป็นประจำอยู่แล้ว  อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีเว็บไซต์ในการลงประกาศเข้ามาช่วยอีกแรง แต่การทำประกาศให้คนสนใจก็ต้องพิจารณาเช่นกัน เพราะการทำประกาศบางทีก็ไม่ได้ผลอย่างที่คิด เนื่องจากทำได้ไม่ชัดเจน หรือไม่เป็นที่สนใจของคนอ่าน ดังนั้นก่อนอื่นเราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำประกาศกันก่อน ว่าองค์ประกอบของการทำนั้นมีอะไรบ้าง เผื่อท่านใดสนใจอยากจะเอาไปใช้