ชนิดของประกันภัยรถยนต์

ชนิดของประกันภัยรถยนต์ post thumbnail image

ปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการทำประกันเป็นอย่างมากโดยเฉพาะประกันรถยนต์ เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้ผู้คนขับรถยนต์ส่วนตัวกันเป็นส่วนใหญ่จึงทำให้คนเหล่านี้มีความต้องการในการทำประกันรถยนต์ ซึ่งประกันรถยนต์คือการที่เรานำเงินไปจ่ายให้บริษัทประกันเพื่อแลกกับความคุ้มครองในกรณีเกิดการเสียหายกับรถยนต์ของเรา โดยประกันรถยนต์นั้นก็สามารถแบ่งออกได้หลายประเภท ดังนั้นในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับประเภทหรือชนิดของประกันรถยนต์กันว่ามีประกันรถยนต์แบบไหนกันบ้าง 

ชนิดของประกันภัยรถยนต์ 

  • ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เป็นประกันภัยรถยนต์ประเภทหนึ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และเหมาะสำหรับผู้ใช้รถทุกประเภทโดยฉพาะผู้ที่หัดขับรถ หรือมือใหม่ขับรถนั่นเอง เนื่องจากว่าประกันรถยนต์ชั้น 1 นั้นมีความคุ้มครองที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นรถชน รถเกิดอุบัติเหตุ รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม ประกันชั้น 1 ก็คุ้มครอง ถึงแม้ว่าเราจะขับชนแบบมีคู่กรณีหรือไม่มีคู่กรณีก็คุ้มครอง ซึ่งเหมาะเป็นอย่างมากกับมือใหม่หัดขับรถ หรือผู้ที่ออกรถยนต์ป้ายแดงที่ไม่ต้องการให้รถเป็นริ้วรอยขีดข่วนใด ๆ    
  • ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 เป็นประกันรถยนต์ที่มีความคุ้มครองรองจากประกันชั้น 1 ลงมา ซึ่งประกันรถยนต์ชั้น 2 นั้นจะให้ความคุ้มครองคล้ายกับประกันรถยนต์ชั้น 1 แต่ต่างกันตรงที่ประกันรถยนต์ชั้น 2 จะไม่มีการคุ้มครองในส่วนของผู้เอาประกัน นั่นหมายความว่าประกันรถยนต์ชั้น 2 นั้นคุ้มครองเฉพาะส่วนของคู่กรณีเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีการพัฒนาจากประกันรถยนต์ชั้น 2 มาเป็นประกันรถยนต์อีกประเภทหนึ่ง นั่นคือประกันภัยรถยนต์ 2+ โดยประกันภัยรถยนต์ 2+ นั้นจะให้ความคุ้มครองเหมือนประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 แต่ต่างกันตรงที่ประกันภัยรถยนต์ 2+ จะคุ้มครองในส่วนของผู้เอาประกันด้วย นั่นหมายความว่าหากเกิดเหตุรถชนกันขึ้น ประกันรถยนต์ 2+ จะคุ้มครองทั้งฝั่งที่เป็นรถของผู้เอาประกันภัยและฝั่งที่เป็นรถขอคู่กรณีด้วยเช่นกัน ซึ่งถือได้ว่าประกันภัยรถยนต์ 2+ นั้นให้ความคุ้มครองได้ใกล้เคียงกับประกันรถยนต์ชั้น 1 เป็นอย่างมาก 
  • ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ประกันรถยนต์ประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองเฉพาะส่วนของคู่กรณีเท่านั้นแบบเดียวกับประกันรถยนต์ชั้น 2 แต่ต่างกันตรงที่ประกันรถยนต์ชั้น 3 นั้นจะไม่มีการคุ้มครองในส่วนของรถหาย ไฟไหม้ จึงทำให้ประกันประเภทนี้มีราคาถูกที่สุด 

เราจะเห็นว่าประกันรถยนต์นั้นมีหลากหลายประเภทให้เลือกซื้อ ซึ่งในการซื้อประกันของแต่ละคนก็มีวิธีการเลือกที่แตกต่างกันออกไปเพื่อให้ได้มาซึ่งประกันรถยนต์ที่เหมาะสมกับตนเองและมีความคุ้มค่ามากที่สุดนั่นเอง 

Related Post

ทินเนอร์ ราคา

ทินเนอร์คืออะไร มีกี่ชนิดทินเนอร์คืออะไร มีกี่ชนิด

การทำงานเกี่ยวกับไม้หรือเหล็ก อุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ทินเนอร์ ที่เป็นเหมือนกับส่วนประกอบหลักของการใช้งานสีต่างๆ ในการทา โดยหน้าที่หลักของทินเนอร์ก็คือจะเป็นตัวช่วยในการละลายสีที่ใช้ให้มีความเจือจางลง เพราะสีน้ำมันส่วนใหญ่จะมีความหนืดสูงมาก ไม่สามารถใช้งานได้ทันที ต้องมีตัวทำละลายเข้ามาละลายก่อน จึงจะใช้งานได้  ซึ่งคุณสมบัติของตัวทำละลายนี่เอง ที่ทำให้เกิดความแตกต่างของทินเนอร์ขึ้น ทินเนอร์จึงแบ่งออกเป็นได้หลายประเภท เพื่อให้เหมาะกับงานแต่ละประเภทนั่นเอง เราจะมาดูว่าในท้องตลาด มีทินเนอร์ประเภทไหนบ้าง จะได้เลือกใช้งานได้ถูกต้อง  ประเภทของทินเนอร์  1.ทินเนอร์สำหรับล้างทำความสะอาด   ทินเนอร์ประเภทนี้เป็นทินเนอร์ที่ราคาถูก ส่วนผสมหลักจะเป็นส่วนผสมในการทำละลายทั้งสิ้น เหมาะกับการนำมาใช้ล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ อย่างเช่นแปลงทาสี หรือสีที่เปื้อนตามมือผู้ใช้งาน บางครั้งผู้ใช้ก็อาจจะเอามาผสมกับสีด้วยก็ได้เช่นกัน แต่คุณภาพอาจจะไม่ดีพอ   2.ทินเนอร์เช็ดคราบ  เป็นทินเนอร์ที่เอาไว้สำหรับทำความสะอาดเช่นกัน โดยคราบที่เช็ดส่วนใหญ่จะเป็นคราบสกปรก

ประกาศรับสมัครงาน

การเขียนประกาศรับสมัครงาน ให้คนสนใจการเขียนประกาศรับสมัครงาน ให้คนสนใจ

ช่องทางในการประกาศรับสมัครงานในยุคนี้ ต้องบอกว่าง่ายกว่าสมัยก่อนเยอะ เนื่องจากมีอินเตอร์เน็ตเข้ามาเป็นตัวช่วย ต่างจากยุคก่อนที่ส่วนใหญ่แล้วจะมีแค่ป้ายประกาศตามหน้าบริษัท หรือตามสถานที่ต่างๆ อย่างเดียว พอมีเว็บไซต์ในการประกาศหางาน การรับสมัครพนักงานใหม่จึงกลายเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าเดิม และคนส่วนใหญ่ก็ใช้บริการเว็บหางานเป็นประจำอยู่แล้ว  อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีเว็บไซต์ในการลงประกาศเข้ามาช่วยอีกแรง แต่การทำประกาศให้คนสนใจก็ต้องพิจารณาเช่นกัน เพราะการทำประกาศบางทีก็ไม่ได้ผลอย่างที่คิด เนื่องจากทำได้ไม่ชัดเจน หรือไม่เป็นที่สนใจของคนอ่าน ดังนั้นก่อนอื่นเราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำประกาศกันก่อน ว่าองค์ประกอบของการทำนั้นมีอะไรบ้าง เผื่อท่านใดสนใจอยากจะเอาไปใช้ 

5 สิ่งที่คุณควรทำก่อนเลือกบริษัทรับทำครัวบิ้วอิน5 สิ่งที่คุณควรทำก่อนเลือกบริษัทรับทำครัวบิ้วอิน

หลายท่านที่ชื่นชอบการเข้าครัวปรุงอาหารเป็นชีวิตจิตใจ คงกำลังมองหาบริษัทรับทำครัวบิ้วอินครัวในอุดมคติ ที่จะสนองความต้องการในการทำอาหารได้อย่างสะดวกสบาย เรียบหรูและดูทันสมัย โดยมีปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงเกี่ยวกับบริษัทรับทำครัวบิ้วอิน หลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัสดุที่เลือกใช้ การออกแบบ การตกแต่ง ฝีมือ ความน่าเชื่อถือและสุดท้ายที่จะเป็นตัวตัดสินใจนั้นก็คือ ราคา การทำนั้นเอง อ่านมาถึงประโยคนี้ทุก ๆ ท่านคงอยากรู้กันแล้วใช่มั้ยครับว่า สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือก บริษัทรับทำครัวบิ้วอิน นั้นมีอะไรบ้าง? ไปดูกันได้เลย  1.เลือกดูจากผลงานต่าง ๆ ที่ผ่านๆ มาของทางบริษัทรับทำครัวบิ้วอิน  เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่า ทุกท่านต้องเลือกบริษัทที่มีฝีมือและถูกใจเราเป็นอย่างแรก แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ควรเรียบเลือกในทันทีทันใด ทุกท่านควรเปรียบเทียบผลงานที่ใกล้เคียงกันของแต่ละบริษัทที่รับทำครัวบิ้วอิน เพื่อเลือกบริษัทที่เลือกใช้วัสดุได้มาตรฐานกว่า ออกแบบและตกแต่งดีกว่า โดยที่ราคาในการทำแถบไม่แตกต่างกัน  2.ความน่าเชื่อถือของบริษัทรับทำครัวบิ้วอิน หลายๆ ครอบครัวคงเคยประสบปัญหาวัสดุที่ใช้ในการทำครัวบิ้วอินไม่ได้คุณภาพบ้าง ในเวลาในการดำเนินการนานบ้าง ผู้รับเหมาโกงบ้าง ทั้งนี้ ทุกท่านควรตรวจสอบเครดิตและหารีวิวหรือข้อมูลของบริษัทรับทำครัวบิ้วอินที่สนใจ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาเหล่านี้และไม่เกิดความเสียหายในภายหลัง  3.เลือกบริษัทรับทำครัวบิ้วอิน ที่มากประสบการณ์ เพื่อการออกแบบการตกแต่งที่ดีสำหรับห้องครัวในอุดมคติของทุกท่าน ควรพิจารณาบริษัทรับทำครัวบิ้วอินที่มีประสบการณ์การออกแบบห้องครัวบิ้วอินที่เหมาะสมและสามารถแนะนำพร้อมกับให้คำปรึกษาลูกค้าได้ดี มีทีมงานที่พร้อมสนับสนุนการทำงานได้อย่างเต็มที่  4.พูดคุยเละทบทวนแผนการทำให้เรียบร้อยก่อน ลงมือทำจริง พูดคุยและร่วมออกแบบการตกแต่งห้องครัวตามที่เราต้องการกับทางทีมงานของบริษัทรับทำครัวบิ้วอิน ให้เรียบร้อย เพื่อความถูกต้องและไม่เป็นปัญหาในภายหลัง  5. ประเมินราคา  ควรให้บริษัทรับทำครัวบิ้วอินทำการประเมินราคาเป็นลายลักษณ์อักษรและควรเทียบหลายๆ เจ้า เราควรระลึกไว้เสมอว่า ถึงแม้แต่บริษัทที่เสนอราคาต่ำสุด อาจจะไม่ใช่ผู้รับเหมาที่ดีที่สุด ควรตรวจเช็ครายละเอียดให้เรียบร้อย