การเขียนประกาศรับสมัครงาน ให้คนสนใจ

การเขียนประกาศรับสมัครงาน ให้คนสนใจ post thumbnail image

ช่องทางในการประกาศรับสมัครงานในยุคนี้ ต้องบอกว่าง่ายกว่าสมัยก่อนเยอะ เนื่องจากมีอินเตอร์เน็ตเข้ามาเป็นตัวช่วย ต่างจากยุคก่อนที่ส่วนใหญ่แล้วจะมีแค่ป้ายประกาศตามหน้าบริษัท หรือตามสถานที่ต่างๆ อย่างเดียว พอมีเว็บไซต์ในการประกาศหางาน การรับสมัครพนักงานใหม่จึงกลายเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าเดิม และคนส่วนใหญ่ก็ใช้บริการเว็บหางานเป็นประจำอยู่แล้ว 

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีเว็บไซต์ในการลงประกาศเข้ามาช่วยอีกแรง แต่การทำประกาศให้คนสนใจก็ต้องพิจารณาเช่นกัน เพราะการทำประกาศบางทีก็ไม่ได้ผลอย่างที่คิด เนื่องจากทำได้ไม่ชัดเจน หรือไม่เป็นที่สนใจของคนอ่าน ดังนั้นก่อนอื่นเราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำประกาศกันก่อน ว่าองค์ประกอบของการทำนั้นมีอะไรบ้าง เผื่อท่านใดสนใจอยากจะเอาไปใช้ 

วิธีการทำประกาศรับสมัครพนักงานให้น่าสนใจ 

1.ข้อมูลของบริษัทเบื้องต้น 

ขั้นแรกสุดที่จะทำให้คนอ่านสนใจก็คือข้อมูลของบริษัท โดยเฉพาะชื่อของบริษัท เนื่องจากคนส่วนใหญ่จะรู้ว่าบริษัทไหนมีข้อดีอย่างไร การใส่ชื่อบริษัทและข้อมูลของบริษัทคร่าวๆ ก่อน จะเป็นตัวตัดสินว่าผู้อ่านจะสนใจรายละเอียดอย่างอื่นต่อหรือไม่  

2.เหตุผลที่ควรทำงานกับทางบริษัท 

การบอกรายละเอียดหรือว่าข้อดีของการทำงานกับทางบริษัทว่าดีอย่างไร จะเป็นแรงจูงใจอย่างดีว่าผู้อ่านต้องการจะร่วมงานด้วยหรือไม่ โดยการเลือกใช้คำในการชักชวน ควรเป็นคำที่สั้น ได้ใจความชัดเจน เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความสนใจทันทีที่เห็นข้อความเหล่านั้น 

3.ตำแหน่งงานที่ต้องการ 

ตำแหน่งงานควรใส่เข้ามาให้ครบถ้วน โดยตำแหน่งงานที่ใส่มควรมีการบอกรายละเอียดต่างๆ แบบคร่าวๆ ให้ผู้สมัครได้รู้ด้วยว่าคุณสมบัติที่ต้องการนั้นมีอะไรบ้าง เช่น ต้องการรับเฉพาะผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงานเท่านั้น หรือรับเฉพาะคนที่เป็นนักศึกษาจบใหม่ หรือจะกำหนดเป็นช่วงอายุของผู้สมัคร 

4.ค่าตอบแทน 

เป็นสิ่งที่ผู้สมัครต้องการอยากจะทราบมากที่สุดเป็นอันดับแรก ดังนั้นในการประกาศรับสมัครงานควรใส่ราบละเอียดของผลตอบแทนเข้าไปด้วย ว่าแต่ละตำแหน่งได้ผลตอบแทนเท่าไหร่ หรือวิธีการจ่ายจะจ่ายอย่างไร เช่น การจ่ายตามความสามารถ ตามประสบการณ์ หรือว่ามีค่าคอมมิชชั่นเข้ามาด้วย  

5.สวัสดิการ 

สวัสดิการขององค์กรก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่สมัครต้องการทราบเช่นกัน เพราะบางองค์กรแม้ว่าจะไม่ได้เงินเดือนสูง แต่ถ้าหากมีสวัสดิการดี ก็จะทำให้ผู้สมัครเกิดควาสนใจได้เช่นกัน ดังนั้นรายละเอียดของสวัสดิการควรต้องใส่มาด้วย และต้องเป็นสวัสดิการที่ได้จริง ไม่ใช่ทำมาเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับผู้สมัครอย่างเดียวเท่านั้น 

6.ประกาศหลายๆ ช่องทาง 

เพื่อให้การประกาศได้ผลเร็วที่สุด แนะนำว่าควรเลือกช่องทางในการลงประกาศหลายๆ ช่องทาง ถ้าเป็นเว็บสำหรับลงประกาศหาพนักงาน ก็ควรเลือกใช้หลายเว็บพร้อมกัน จะได้ประสิทธิภาพกว่าการใช้เว็บเดียว ถ้าจะให้ดีให้ใช้ทั้งการประกาศแบบออนไลน์ และแบบออฟไลน์ควบคู่กันไปด้วยเลยจะดีที่สุด 

เห็นไหมว่าการลงประกาศรับสมัครงานไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไป ถ้าหากเข้าใจเคล็ดลับในการทำประกาศก่อน ดังนั้นหากท่านใดที่มีธุรกิจ มีกิจการเป็นของตัวเองและต้องการอยากจะหาพนักงานเข้ามาร่วมงานด้วย ลองเอาวิธีการทำประกาศที่ได้แนะนำไปข้างต้นไปลองใช้ดูได้ 

Related Post

ทินเนอร์ ราคา

ทินเนอร์คืออะไร มีกี่ชนิดทินเนอร์คืออะไร มีกี่ชนิด

การทำงานเกี่ยวกับไม้หรือเหล็ก อุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ทินเนอร์ ที่เป็นเหมือนกับส่วนประกอบหลักของการใช้งานสีต่างๆ ในการทา โดยหน้าที่หลักของทินเนอร์ก็คือจะเป็นตัวช่วยในการละลายสีที่ใช้ให้มีความเจือจางลง เพราะสีน้ำมันส่วนใหญ่จะมีความหนืดสูงมาก ไม่สามารถใช้งานได้ทันที ต้องมีตัวทำละลายเข้ามาละลายก่อน จึงจะใช้งานได้  ซึ่งคุณสมบัติของตัวทำละลายนี่เอง ที่ทำให้เกิดความแตกต่างของทินเนอร์ขึ้น ทินเนอร์จึงแบ่งออกเป็นได้หลายประเภท เพื่อให้เหมาะกับงานแต่ละประเภทนั่นเอง เราจะมาดูว่าในท้องตลาด มีทินเนอร์ประเภทไหนบ้าง จะได้เลือกใช้งานได้ถูกต้อง  ประเภทของทินเนอร์  1.ทินเนอร์สำหรับล้างทำความสะอาด   ทินเนอร์ประเภทนี้เป็นทินเนอร์ที่ราคาถูก ส่วนผสมหลักจะเป็นส่วนผสมในการทำละลายทั้งสิ้น เหมาะกับการนำมาใช้ล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ อย่างเช่นแปลงทาสี หรือสีที่เปื้อนตามมือผู้ใช้งาน บางครั้งผู้ใช้ก็อาจจะเอามาผสมกับสีด้วยก็ได้เช่นกัน แต่คุณภาพอาจจะไม่ดีพอ   2.ทินเนอร์เช็ดคราบ  เป็นทินเนอร์ที่เอาไว้สำหรับทำความสะอาดเช่นกัน โดยคราบที่เช็ดส่วนใหญ่จะเป็นคราบสกปรก

บริการกำจัดปลวก

3 ข้อความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “บริการกำจัดปลวก” ที่เราจะคลายข้อสงสัย3 ข้อความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “บริการกำจัดปลวก” ที่เราจะคลายข้อสงสัย

ปัจจุบันนั้น “บริการกำจัดปลวก” นั้นกำลังมีมากขึ้นอย่างมากในประเทศไทย เนื่องจากว่า ปัญหาของปลวกที่มากขึ้นทำให้มีบริการกำจัดปลวก มากขึ้นตามมาด้วยเช่นกันดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีเรื่องเข้าใจผิดสำหรับบริการกำจัดปลวกด้วยเช่นกันดังนั้นเราจึงอยากจะมานำเสนอกับ ..ข้อ ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “บริการกำจัดปลวก” กันนะครับ ไปลองดูดีกว่าว่าจะมีอะไรบ้าง ?  บริษัทกำจัดปลวกไม่ได้ใช้สมุนไพรในการกำจัดปลวก  การกำจัดปลวกนั้นถือแม้จะเราจะเห็นว่ามีการใช้สมุนไพรในการกำจัดปลวก ซึ่งจริง ๆ แล้วสมุนไพรนั้นจะได้ผลจริง แต่ถ้าหากว่ารังปลวกนั้นมีขนาดใหญ่เกินไป นั้นการกำจัดปลวกด้วยสมุนไพรเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นบริษัทกำจัดปลวกจึงเลือกใช้สารเคมีมากกว่าในการกำจัดปลวก   กำจัดปลวกเหมือนกัน ราคาถูกกว่าก็ใช้ได้  อีกข้อที่มักเข้าใจผิดกันเลยนั้นคือ “กำจัดปลวกเหมือนกันก็ไม่เห็นต้อเลือกบริการที่แพงกว่าเลย” ใช่ครับการเลือก บริการกำจัดปลวก นั้น ถึงจะกำจัดปลวกเหมือนกัน แต่ในราคาที่ต่างย่อมมีความแตกต่างอย่างแน่นอน ซึ่งความแตกต่างนั้นคือ สารเคมีที่แตกต่างกันดังนั้นการเลือกบริการที่มีราคาสูงกว่า ความน่าเชื่อถือนั้นก็มากกว่า และมีโอกาสที่จะกำจัดปลวกได้มากกว่านั้นเอง  

ประกันภัยรถยนต์ 2+

ชนิดของประกันภัยรถยนต์ชนิดของประกันภัยรถยนต์

ปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการทำประกันเป็นอย่างมากโดยเฉพาะประกันรถยนต์ เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้ผู้คนขับรถยนต์ส่วนตัวกันเป็นส่วนใหญ่จึงทำให้คนเหล่านี้มีความต้องการในการทำประกันรถยนต์ ซึ่งประกันรถยนต์คือการที่เรานำเงินไปจ่ายให้บริษัทประกันเพื่อแลกกับความคุ้มครองในกรณีเกิดการเสียหายกับรถยนต์ของเรา โดยประกันรถยนต์นั้นก็สามารถแบ่งออกได้หลายประเภท ดังนั้นในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับประเภทหรือชนิดของประกันรถยนต์กันว่ามีประกันรถยนต์แบบไหนกันบ้าง  ชนิดของประกันภัยรถยนต์  ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เป็นประกันภัยรถยนต์ประเภทหนึ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และเหมาะสำหรับผู้ใช้รถทุกประเภทโดยฉพาะผู้ที่หัดขับรถ หรือมือใหม่ขับรถนั่นเอง เนื่องจากว่าประกันรถยนต์ชั้น 1 นั้นมีความคุ้มครองที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นรถชน รถเกิดอุบัติเหตุ รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม ประกันชั้น 1 ก็คุ้มครอง ถึงแม้ว่าเราจะขับชนแบบมีคู่กรณีหรือไม่มีคู่กรณีก็คุ้มครอง ซึ่งเหมาะเป็นอย่างมากกับมือใหม่หัดขับรถ หรือผู้ที่ออกรถยนต์ป้ายแดงที่ไม่ต้องการให้รถเป็นริ้วรอยขีดข่วนใด ๆ     ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 เป็นประกันรถยนต์ที่มีความคุ้มครองรองจากประกันชั้น 1 ลงมา ซึ่งประกันรถยนต์ชั้น 2 นั้นจะให้ความคุ้มครองคล้ายกับประกันรถยนต์ชั้น 1 แต่ต่างกันตรงที่ประกันรถยนต์ชั้น 2 จะไม่มีการคุ้มครองในส่วนของผู้เอาประกัน นั่นหมายความว่าประกันรถยนต์ชั้น 2 นั้นคุ้มครองเฉพาะส่วนของคู่กรณีเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีการพัฒนาจากประกันรถยนต์ชั้น 2 มาเป็นประกันรถยนต์อีกประเภทหนึ่ง นั่นคือประกันภัยรถยนต์ 2+ โดยประกันภัยรถยนต์ 2+ นั้นจะให้ความคุ้มครองเหมือนประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 แต่ต่างกันตรงที่ประกันภัยรถยนต์ 2+ จะคุ้มครองในส่วนของผู้เอาประกันด้วย นั่นหมายความว่าหากเกิดเหตุรถชนกันขึ้น ประกันรถยนต์ 2+ จะคุ้มครองทั้งฝั่งที่เป็นรถของผู้เอาประกันภัยและฝั่งที่เป็นรถขอคู่กรณีด้วยเช่นกัน ซึ่งถือได้ว่าประกันภัยรถยนต์ 2+ นั้นให้ความคุ้มครองได้ใกล้เคียงกับประกันรถยนต์ชั้น 1 เป็นอย่างมาก  ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ประกันรถยนต์ประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองเฉพาะส่วนของคู่กรณีเท่านั้นแบบเดียวกับประกันรถยนต์ชั้น 2 แต่ต่างกันตรงที่ประกันรถยนต์ชั้น 3 นั้นจะไม่มีการคุ้มครองในส่วนของรถหาย ไฟไหม้ จึงทำให้ประกันประเภทนี้มีราคาถูกที่สุด  เราจะเห็นว่าประกันรถยนต์นั้นมีหลากหลายประเภทให้เลือกซื้อ